หน้าแรก / บทความ

การเคลือบ

สวัสดีค่ะ วันนี้  กวิ้นๆ จาก Print Bangkok มีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับงานพิมพ์มาฝากค่ะ ในงานพิมพ์หากเพื่อนๆต้องการเพิ่มความสวยงาม และความเอกลักษณ์โดดเด่น นอกจากงานออกแบบ เพื่อนๆยังสามารถเพิ่มลูกเล่นและเทคนิค ต่างๆ ให้กับงานพิมพ์ได้เช่นกันค่ะ โดยเทคนิคต่างๆนั้นมีด้วยกันมากมายหลายเทคนิค แต่เทคนิคที่เป็นที่นิยมเป็นอันดับแรกๆนั้นก็คือ เทคนิคการเคลือบนั้นเองค่ะ ซึ่งการเคลือบนั้นก็ยังสามารถแบ่งออกไปได้อีกหลากหลายประเภท

วันนี้กวิ้นๆ จะพาเพื่อนๆ ไปดูการเคลือบแบบต่างๆ กันนะคะพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยคะ

การเคลือบผิวหน้ากระดาษมีประเภทหลัก ๆ ดังนี้

การเคลือบ UV

เป็นการเคลือบผิวกระดาษด้วยน้ำยาเงา แล้วผ่านกระบวนการทำให้แห้งด้วยแสงอุลตร้าไวโอเล็ต  ให้ความสวยงามที่สม่ำเสมอ ป้องกันรอยขีดข่วน เพิ่มความคงทนต่อแสงแดด ให้ความเงางามสูงกว่า การเคลือบวานิช โดยการเคลือบงานกับ Print Bangkok เพื่อนๆจะหมดกังวลเรื่องความหน้าของกระดาษที่เคลือบ นอกจากนั้นงานทุกชิ้นของเราก่อนส่งงานต้องผ่านการตรวจสอบของเครื่องวัดเงาว่าผ่านค่ามาตรฐานแล้ว เพื่อให้ได้เกณฑ์ที่มาตรฐานในทุกชิ้นงาน

การเคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV)

การเคลือบ Spot UV ชนิดเงาในเฉพาะบางบริเวณของงานพิมพ์ เช่น โลโก้, ตัวอักษรบางจุด หรือภาพที่ต้องการเน้น ซึ่งจะนิยมเคลือบ PVC ด้านทั้งแผ่น ก่อนการเคลือบ Spot UV เฉพาะจุด เพราะจะทำให้งานออกมาดูดีกว่าการ  Spot UV เพียงอย่างเดียว

การเคลือบ PVC

การเคลือบ PVC ไม่ว่าจะเป็น เคลือบฟิลม์เงา, เคลือบฟิลม์ด้าน, เคลือบฟิลม์โฮโลแกรม(ลายรุ้ง), เคลือบฟิลม์แมทเทลไลท์ โดยทั่วไป แผ่นฟิล์มจะมีความหน้า 0.05 มิลลิเมตร หรือ 5 ไมครอน ที่ Print Bangkok มีความหน้าให้เพื่อนๆ เลือกได้ตามความต้องการและยังสามารถเลือกได้เกี่ยวกับความคงทนและการยึดติดกันของตัวประสานด้านใน โดยเรามีระบบการยึดติดทั้ง 2 ระบบคือ โซเว้นท์ หรือ วอเตอร์เบส ซึ่งทำให้ทางเราสามารถตอบสนอง หรือ แก้ปัญหาของลูกค้าได้อย่างถูกจุด

การขัดเงา

การขัดเงา หรือ Calendering จะเป็นการใช้น้ำยาขัดให้เกิดความเงา นิยมใช้กับกล่องแพ็คเกจจิ้งสินค้าต่างๆ โดย Print Bangkok มีน้ำยาเคลือบทั้ง 2 ระบบ ไม่ว่าจะเป็น ระบบโซเว้นท์ หรือ ระบบวอเตอร์เบส  เพื่อความเหมาะสมของชิ้นงานนั้นๆ รวมไปถึงการเคลือบน้ำยากันซึม , วานิชด้าน/เงา หรือ บริสเตอร์แพค ทางเรายินดีให้คำปรึกษาปัญหา ต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องยึดหด เพื่อให้งานของคุณออกมา ดีที่สุด

ประสบการณ์งานพิมพ์มืออาชีพ กับ Print Bangkok

Website : http://www.printbangkok.asia
Facebook  : Print Bangkok
LINE ID : @printbangkok.asia
สายด่วน  : 063 516 8169

การตัดสติ๊กเกอร์

ปัจจุบันนิยมใช้สติ๊กเกอร์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป้นการนำไปใช้เพื่อ ติดสำหรับโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เพื่อนำเสนอข้อมูลต่างๆ  นำไปติดเพื่อตกแต่ง ความสวยงาม หรือนำเป็นติดลงบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นภาพจำ ซึ่งเห็นได้มากจากบนแพ็คเกจจิ้ง เครื่องสำอาง หรือ เครืองประทินความงามต่างๆ มากกว่า ด้วยการนำไปใช้ที่หลากหลาย นอกจากการใส่กับการเลือกใช้วัสดุสติ๊กเกอร์แล้ว ยังต้องใส่ใจกับการไดคัทสติ๊กเกอร์อีกด้วย เพื่อความสะดวกให้การนำไปใช้งาน ซึ่งการไดคัทสติ๊กเกอร์ หลักๆ สามารถแบ่งได้ดังนี้

ตัดปลิวแผ่นสติ๊กเกอร์

งานพิมพ์จะพิมพ์มาบนแผ่นสติ๊กเกอร์ ตามขนาดที่ท่านลูกค้าต้องการ เมื่อลอกออกมาจะออกมาทั้งแผ่น เหมาะกับงานที่เป็นสติ๊กเกอร์แผ่นใหญ่ ตัดเป็นสี่เหลี่ยม ไม่มีรูปทรง หากเป็นงานชิ้นเล็ก หรือมีรูปทรงแปลกออกไป เวลาใช้งานจะต้องตัดตามขอบเอง จะทำให้ไม่สะดวกและดูไม่สวยงาน

ปั๊มไดคัทสติ๊กเกอร์ 50%

การไดคัทสติ๊กเกอร์แบบ 50%  เป็นการตัดขอบตามรูปทรงต่าง ๆ จะหยักจะโค้งอย่างไรก็ได้ โดยใช้ใบมีดดัดโค้งงอเป็นแม่แบบ ( บล็อค ) แล้วปั๊มตามรูปทรงที่ต้องการ แต่ไม่ให้กระดาษแตกหรือฉีกขาด ส่วนกระดาษลองหลังจะไม่ขาด การใช้งานสามารถลอกสติ๊กเกอร์ออกมาใช้งานได้สะดวก โดย 1 ใบพิมพ์จะประกอบด้วยสติ๊กเกอร์หลาย ๆ ดวง ๆ

ปั๊มไดคัทสติ๊กเกอร์ 100%

เป็นการตัดสติ๊กเกอร์เป็นชิ้น ๆโดยใช้การปั๊มไดคัพแบบ 100 % นั้นคือ การปั๊มขาดแบบเป็นชิ้นๆ ออกมาเลย พร้อมใช้งาน เช่นงานสติกเกอร์ดวงใหญ่ๆ งานสติกเกอร์สำหรับแจกเป็นดวง/ดวง งานกระดาษต่าง ๆ และงานฉลากสินค้าต่าง ๆ งานกล่องบรรจุภัณฑ์ งานแผ่นพลาสติก

ประสบการณ์งานพิมพ์มืออาชีพ กับ Print Bangkok

Website : http://www.printbangkok.asia 
Facebook  : Print Bangkok
LINE ID : @printbangkok.asia
สายด่วน  : 063 516 8169

ความสำคัญของหัวจดหมาย

กระดาษหัวจดหมายมีประโยชน์อย่างไร

     หลายคนอาจคิดว่า หัวจดหมาย นั้นก็แค่กระดาษธรรมดา ไม่เห็นมีความสำคัญตรงไหน แต่ในทางภาพลักษณ์ในงานธุรกิจแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย เพราะ หัวจดหมาย นั้นช่วยแสดงให้เห็นถึง ภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัท และองค์กร ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อมีการติดต่อกับลูกค้า หรือ คู่ค้าทางธุรกิจ

    สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องหมายการใส่ใจ แม้จะเป็นเพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนธรรมดามองข้าม นอก หัวจดหมาย จะช่วยเพิ่มเพิ่มลักษณ์แล้ว หัวจดหมาย ยังช่วยในการ โฆษณา และประชาสัมพันธ์ บริษัทได้อีกรูปแบบหนึ่งด้วย

Print Bangkok โรงพิมพ์ ที่เชี่ยวชาญ บริการงานพิมพ์หัวกระดาษ หัวจดหมาย ให้กับ บริษัท องค์กร และหน่วยงานต่างๆ พร้อมบริการออกแบบโดยทีมงานกราฟิกมืออาชีพ

ติดตาม บทความองค์ประกอบที่ หัวกระดาษ ควรมี ได้ที่บทความนี้  องค์ประกอบสำคัญของหัวกระดาษ

ประสบการณ์งานพิมพ์มืออาชีพ กับ Print Bangkok
Website: https://www.printbangkok.asia
Facebook: Print Bangkok
LINE ID: @printbangkok.asia
สายด่วน  : 063 516 8169

ประเภทสติกเกอร์

มาทำความรู้จัก…สติกเกอร์กันเถอะ

เพื่อนคงทราบกันดีอยู่แล้วใช่ไหมคะว่า สติกเกอร์ นั้นมีด้วยกันอยู่หลากหลายประเภท แล้วเพื่อนๆจะทราบได้ยังไงละ ว่าควรเลือกใช้ แบบไหน วันนี้ กวิ้นๆ จะพาเพื่อนๆมารู้จัก สติกเกอร์แต่ละแบบกันคะ

สติกเกอร์กระดาษ  (Paper Sticker)

     มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น ขาวเงา ขาวด้าน เงินเงา ทองเงา และสติกเกอร์กระดาษอื่นๆ อีกมากมาย เป็นประเภทสติกเกอร์ ที่นิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเนื่องจากมีราคาถูกกว่า สติกเกอร์ ชนิดอื่นๆ เหมาะสำหรับนำไปใช้งานประเภทติดกับวัสดุที่ไม่ต้องระวังการเปียกหรือโดนน้ำ และใช้ติดฉลากสินค้าทั่วๆ ไป คุณสมบัติ สามารถเปียกหรือโดนน้ำได้ประมาณ 40% (ไม่ได้โดนโดยตรง แต่ถ้าเคลือบลามิเนต สามารถที่จะโดนได้มากขึ้น แต่ก็ไม่ถึง 100% ดีนัก) และทนความร้อนได้ประมาณ 90 องศาเซลเซียส

สติกเกอร์ พีวีซี ( PVC Sticker)

    มีด้วยกันหลากหลายชนิด ทั้ง พีวีซีใส พีวีซีขาวเงา พีวีซีขาวด้าน และอื่นๆอีกมากมาย มีความคงทน จึงนิยมใช้กับงานประเภทที่ต้องโดนน้ำ ตากฝนและโดนแสงแดดจัดเป็นเวลานานๆ แต่ราคาจะแพงกว่า สติ้กเกอร์กระดาษ และเหมาะสำหรับนำไปใช้งานประเภทฉลากสินค้าทั่วๆ ไป คุณสมบัติ สามารถเปียกหรือโดนน้ำได้ 100% และทนความร้อนได้ประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส แต่ถ้าโดนความร้อนมากกว่า 40 องศาเซลเซียส สติกเกอร์ อาจจะเริ่มหัดตัวและเกิดรอยย่นได้

สติกเกอร์พีพี (PP sticker)

   ที่นิยมใช้มีอยู่ 3 ชนิด คือ พีพีใส พีพีขาวเงา และ พีพีด้าน มีความคงทนและเหมาะกับงานที่ต้องเปียกน้ำหรือโดนน้ำได้มากยิ่งกว่า สติกเกอร์พีวีซี หลายเท่า แต่ราคาก็จะแพงกว่า สติกเกอร์พีวีซี ด้วยเช่นกัน ที่แพงกว่าเพราะ สติกเกอร์ ชนิดนี้มีความเรียบเนียนและสวยงามกว่า สติกเกอร์ ทั่วๆ ไป คุณสมบัติ สามารถเปียกหรือโดนน้ำได้ 100% และทนความร้อนได้สูงถึง 90 องศาเซลเซียส

สติกเกอร์พีอีที (Pet sticker)

    มีความคงทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี จึงนิยมใช้กับงานประเภทที่เกี่ยวข้องกับความร้อน แต่ราคาก็แพงกว่า สติกเกอร์ ทั่วๆ ไปอยู่พอสมควร เหมาะสำหรับนำไปใช้งานประเภทติดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอุณหภูมิสูง หรือใช้ติดฉลากสินค้าทั่วๆ ไปที่มีอุณหภูมิสูงหรือต้องทนต่อความร้อนและน้ำ  คุณสมบัติ สามารถเปียกหรือโดนน้ำได้ 100% และทนความร้อนได้ประมาณ 140-200 องศาเซลเซียส การพิมพ์ จะพิมพ์ในระบบเลสเตอร์เพรสและโรตารี่ พร้อมไดคัทขึ้นรูป สามารถแกะออกง่าย เพราะมีช่องว่างระหว่างดวง มีแบบเป็นแผ่นและม้วน สำหรับแบบม้วน สามารถใส่เครื่องติดสินค้าได้เลยทันที

สติกเกอร์กันปลอม

   สติกเกอร์ชนิดนี้ นิยมนำมาใช้ในสินค้าที่มีราคาสูง แต่ราคาก็แพงสูงตามด้วยเช่นกัน เช่น สติกเกอร์ Void กันปลอมสีเงินเงาและเงินด้านไม่มีลาย สติกเกอร์กันปลอมลายเลเซอร์ “void if remove” เป็นต้น คุณสมบัติ สามารถเปียกหรือโดนน้ำและทนต่อความร้อนได้ 100% แต่มีคุณสมบัติพิเศษคือ เมื่อเวลาลอกออก จะยังคงทิ้งคราบของลายตัวอักษรไว้ เวลาโดนแสงไฟส่อง จะมองเห็นเป็นสีรุ้งๆ

สติกเกอร์สุญญากาศ

    สติกเกอร์ ชนิดนี้ มีราคาค่อนข้างสูง นิยมนำมาใช้ติดกับกระจกรถยนต์ หรือเหมาะสำหรับใช้งานประเภทอื่นๆ เช่น บัตรอนุญาตจอดรถ ติดกระจกเพื่อโฆษณาทั่วๆ ไป เป็นต้น คุณสมบัติ สามารถเปียกหรือโดนน้ำได้ แต่ส่วนมากจะไม่นำเอาไปติดในสถานที่โดนน้ำ และทนความร้อนได้ประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส

สติกเกอร์ซีทรู

    สติกเกอร์ ชนิดนี้ มีราคาค่อนข้างสูง นิยมนำมาใช้ติดกับงานโฆษณาบนกระจกรถเมล์ และหน้าร้านต่างๆ ซึ่งคุณสมบัติ ของ สติกเกอร์ซีทรู คนที่มองมาจากด้านหน้าไม่สามารถมองคนที่อยู่ด้านในได้ แต่ว่าคนที่อยู่ด้านในสามารถมองคนที่อยู่ด้านนอกได้ อีกทั้งยังสามารถเปียกหรือโดนน้ำได้ และทนความร้อนได้ประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส

เห็นไหมละ ว่าสติกเกอร์นั้นมีด้วยกันหลากหลายประเภท ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานแล้วว่าต้องการนำไปใช้งานอย่างไร แต่หากเพื่อนๆสนใจจะทำหรือพิมพ์งานสติกเกอร์สามารถสอบถาม โรงพิมพ์ ได้ ที่นี่

ยังคงมีบทความน่ารู้เกี่ยวกับการตัดสติกเกอร์แบบต่างๆ สามารถลองเข้าไปอ่านได้ที่บทความนี่เลยนะ  การตัดสติกเกอร์

ประสบการณ์งานพิมพ์มืออาชีพ กับ Print Bangkok

  Website : https://www.printbangkok.asia 
Facebook  : Print Bangkok
LINE ID : @printbangkok.asia
สายด่วน  : 063 516 8169

ประเภทกระดาษ

ประเภทของกระดาษ

ทราบหรือไม่ค่ะ  ว่ากระดาษนั้นอยู่อย่างหลากหลาย ซึ่ง การจำแนกกระดาษ นั้น มีด้วยกันหลากหลายวิธีคะ ไม่ว่าจะเป็นการจำแนกตามความหนา ซึ่งมีหน่วยเป็นแกรม  จำแนกตามส่วนประกอบของกระดาษ จำแนกตามพื้นผิวกระดาษ หรือจะเป็นการจำแนกตามการใช้งานของกระดาษ

เพื่อนๆรู้หรือไหมค่ะ ว่ากระดาษจริงๆ นั้นอยู่รายล้อมรอบตัวเราเต็มไปหมด และยังเป็นส่วนประกอบหลักๆ ในของใช้ในชีวิตประจำวันของเราอย่างมากมาย จนเพื่อนๆ อาจ มองข้ามไปด้วยนะคะ  นอกจากนี้ กระดาษยังเป็นส่วนประกอบสำคัญหลักๆในงานพิมพ์อีกด้วยคะ

ในวงการงานพิมพ์และโรงพิมพ์นั้น จำแนกกระดาษ ได้ดังนี้

กระดาษปอนด์ (Bond Paper) 
ความหนากระดาษปอนด์อยู่ที่ 60 – 120 แกรม  เป็นกระดาษยอดนิยมที่ใช้กันทั่วไป เป็นกระดาษที่ผ่านการฟอก ให้มีสีขาว เหมาะสำหรับงาน พิมพ์ทั่วไป งานพิมพ์หนังสือ งานพิมพ์จดหมาย ต้องการความสวยปานกลาง ต้องการเนื้อกระดาษที่ปากกาเขียนได้  กระดาษปอนด์ถูกเรียกในอีกหลายชื่อ เช่น กระดาษถ่ายเอกสาร กระดาษซีร๊อก ซึ่งแล้วแต่ความคุ้มเคยคะ

 

กระดาษถนอมสายตา (Green Read Paper)
ความหนากระดาษถนอมสายตาอยู่ที่ 65 – 100 แกรม เป็นกระดาษชนิดไม่เคลือบผิว สีกระดาษเป็นสีออกเหลือง สีจะดูนุ่มนวลกว่ากระดาษปอนด์ ช่วยลดแสงสะท้อนได้มากถึง 15% จึงเหมาะกับงานหนังสือ สมุดโน๊ต เพราะช่วยทำให้อ่านหนังสือได้นานและรู้สึกสบายตามากขึ้น

กระดาษอาร์ต (Art Paper)
ความหนากระดาษอาร์ตอยู่ที่ 85 – 420 แกรม  เป็นกระดาษที่ทำจากเยื้อเคมี และใช้สารเคลือบผิว โดยสามารถแบ่งตามลักษณะพื้นผิว ได้ 4 ชนิดแบ่งเป็น
–    กระดาษอาร์ตมัน  ความหนาอยู่ที่ 85 – 160 แกรม  เนื้อกระดาษเนื้อเรียบ มีลักษณะมันเงา เคลือบเงาได้สวยงาม เหมาะกับงานพิมพ์ 4 สี  งานพิมพ์ที่ต้องการสีสวยสดใส สมจริง
–    กระดาษอาร์ตด้าน  ความหนาอยู่ที่ 85 – 160 แกรม  เนื้อกระดาษเนื้อเรียบ มีลักษณะเนื้อด้าน ไม่มัน ไม่สะท้อนแสง  เหมาะกับงานที่ต้องการความเรียบหรู งานพิมพ์สีจะซึดจากสีจริงเล็กน้อย
–    กระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า ความหนา 100 – 420 แกรม เหมาะกับงานพิมพ์ โปสเตอร์ ปกหนังสือ แฟ้ม
–    กระดาษอาร์ตการ์ด 1 หน้า ความหนา 190 – 420 แกรม เหมาะกับงานที่ต้องการพิมพ์แค่ด้านเดียว เช่น กล่องบรรจุภัณฑ์ ถุงสินค้า

กระดาษปรู๊ฟ (Newsprint)
ความหนากระดาษบรู๊ฟอยู่ที่ 40 – 52 แกรม ผลิตจากวัสดุที่มีเส้นใยสั้น คุณภาพต่ำ สีกระดาษจะมีสีอมเหลือง ไปจนถึงอมเทา กระดาษจะบาง เนื้อไม่แน่น เหมาะกับงานพิมพ์ที่ได้เน้นคุณภาพ ราคาประหยัด เช่น งานหนังสือพิมพ์ หรือเอกสารงานที่ไม่ต้องการคุณภาพมากนัก

กระดาษแบงค์ (Bank Paper)
ความหนากระดาษแบงค์โดยมาตรฐานจะอยู่ที่ 50 – 55 แกรม เป็นกระดาษบางชนิดไม่เคลือบพื้น มีลักษณะคล้ายกระดาษปอนด์แต่บางกว่า โดยจะมีหลากหลายสี เช่น ฟ้า ชมพู เขียว เหลือง เป็นต้น เหมาะสำหรับงานพิมพ์บิล พิมพ์ใบเสร็จ หรือแบบฟอร์มต่างๆที่ต้องการสำเนาหลายๆชั้น

กระดาษฟอกขาว ( Wood free Paper)
ความหนากระดาษฟอกขาวอยู่ที่ 80 – 180 แกรม ผลิตจากเยื่อเคมีแล้วนำไปฟอกให้มีสีขาว กระดาษจะมีเนื้อแน่น เพราะมีความหนาแน่นสูง กระดาษมีคุณภาพและราคาสูง เหมาะสำหรับงานพิมพ์หนังสือ นิตยสาร ทั่วไป

กระดาษการ์ด (Card Board)
 ความหนากระดาษการ์ดอยู่ที่ 110-400 กระดาษการ์ด เกิดจากการนำกระดาษมาซ้อนทับกันหลายชั้น กระดาษจึงมีความหนาและแข็งแรง เหมาะกับงานปกหนังสือที่ต้องการความหนาเช่น เมนูอาหาร และกล่องบรรจุภัณฑ์ กล่องเครื่องสำอาง

กระดาษแข็งหรือจั่วปัง (Hard board)
    ความหนากระดาษแข็ง หรือกระดาษจั่วปัง อยู่ที่ 400 แกรม ขึ้นไป เกิดจากการนำเยื่อไม้บดผสมกับเยื้อกระดาษเก่า กระดาษจะมีพื้นผิวขรุขระ สีคล้ำ เนื้อกระดาษแข็ง และหนา เหมาะกับ งานปกหนังสือ ปกไดอารี่ ฐานปฎิทิน และกล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ

กระดาษแฟนซี (Fancy Paper)
    ความหนากระดาษแฟนซี 85 – 400 แกรม กระดาษแฟนซีเกิดจากการนำกระดาษมาทำเป็นลวดลาย เทสีต่างๆ บางชนิดมีการทำลวดลายโดยการใช้ตะแกรงหรือลูกกลิ้งกดทับ ซึ่งมีลวดลายอยู่อย่างมากมาย รูปร่างและผิวกระดาษจะมีความแตกต่างจากกระดาษทั่วไป  เหมาะกับงาน นามบัตร การ์ดต่าง งานพิมพ์ทั่วไป สามารถนำไปใช้แทนกระดาษธรรมดาได้ และนี้ก็คือประเภทกระดาษต่างๆ ที่ Print Bangkok นำมาแนะนำให้เพื่อนๆรู้จัก  หลังจากเพื่อนทราบประเภทของกระดาษต่างๆแล้ว  ครั้งหน้าอย่าลืมเลือกกระดาษให้ตรงกับประเภทของงานนะคะ  เพื่อผลงานที่สวยงาม และมีๆประสิทธิภาพสูงสุดของเพื่อนๆ คะ หรือหากเพื่อนท่านใคต้องการคำแนะนำ สามารถติดต่อ ทาง โรงพิมพ์  Print Bangkok ได้ตลอดเวลาที่

ประสบการณ์งานพิมพ์มืออาชีพ กับ Print Bangkok

Website : http://www.printbangkok.asia
Facebook  : Print Bangkok
LINE ID : @printbangkok.asia
สายด่วน  : 063 516 8169

งานพิมพ์ออฟเซ็ท

การพิมพ์ออฟเซ็ทหมายถึงกระบวนการพิมพ์ที่หมึกจะสัมผัสกับแผ่นเพลทแม่พิมพ์และกระดาษโดยตรงผ่านลูกกลิ้ง การพิมพ์ออฟเซ็ทเป็นการพิมพ์ที่กระดาษหรือวัสดุพิมพ์จะไม่สัมผัสกับแม่พิมพ์โดยตรง เป็นการพิมพ์จากแม่พิมพ์ที่เรียกว่าเพลท นำไปพิมพ์ติดบนกระดาษ งานที่ได้จึงมีคุณภาพสูง เป็นงานพิมพ์ที่ชัดเจน สีสวยงาม สดใส สม่ำเสมอ และมีความเสถียรกว่างานพิมพ์ประเภทอื่น

การพิมพ์ออฟเซ็ทจะพิมพ์โดยใช้เครืองพิมพ์ขนาดใหญ่และราคาสูง มีการบำรุงรักษาค่อนข้างซับซ้อน ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในการบำรุงรักษา นอกจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ เพลทแม่พิมพ์ในแต่ละงานที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากเพลทจะใช้ได้ เฉพาะงานนั้นๆ เพียงงานเดียว ดังนั้นการพิมพ์ออฟเซ็ทจึงจะมีต้นทุนค่นข้างสูง แต่เป็นต้นทุนคงที่ กว่างานพิมพ์ในระบบอื่น ซึ่งหากพิมพ์ในปริมาณมากๆ จะคุ้มค่าและราคาเฉลี่ยต่อชิ้นถูกกว่า รวดเร็วคุณภาพดีกว่าคะ

เป็นไงบ้างค่ะ คราวนี้พอจะทราบเกี่ยวกับระบบงานพิมพ์ออฟเซ็ทมากขึ้นหรือยังคะ  ที่ โรงพิมพ์ Print Bangkok เรารับงานพิมพ์ออฟเซ็ต คุณภาพงานพิมพ์สูง เครื่องพิมพ์ Heidelberg  จากประเทศเยอรมัน เครื่องพิมพ์ออฟเซ็ตที่ได้การยอมรับจากทั่วโลก เรื่องคุณภาพงานพิมพ์ที่ยอดเยี่ยม

ท่านสามารถติดต่อสอบถามงานพิมพ์ได้ทางช่องทาง  บอกรายละเอียดงานพิมพ์ได้ทางตลอด 24 ชม.ได้ที่
Website : http://www.printbangkok.asia
Facebook  : Print Bangkok
LINE ID : @printbangkok.asia
สายด่วน  : 063 516 8169

งานพิมพ์ดิจิตอล ออฟเซ็ท

การพิมพ์ดิจิตอลออฟเซ็ท ( Digital Offset) หมายถึงกระบวนการพิมพ์ที่ต่อพวงกับคอมพิมพ์เตอร์  ระบบจะรับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์มาพิมพ์เป็นภาพ การพิมพ์ดิจิตอลเป็นการพิมพ์ที่ถูกวิวัฒนาการและพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการงานพิมพ์จำนวนน้อย หรืองานพิมพ์ที่ต้องการจำนวนไม่มาก ไม่ต้องการสต็อกงานไว้มากมาย เกินความจำเป็น

เครื่องพิมพ์ดิจิตอลออฟเซ็ทในปัจจุบัน สามารถพิมพ์งานออกมาคุณภาพใกล้เคียงกับงานออฟเซ็ต มากจนแทบไม่ออก และยังรวดเร็วทันใจอีกด้วยค่ะ ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบดิจิตอล ออฟเซ็ต นั้นถึงแม้ว่าจะมีความสะดวกสบายในการพิมพ์ แต่บางทีถ้าเราจะต้องการงานพิมพ์ที่มีคุณภาพและความละเอียดที่สูงมากๆ นั้น การพิมพ์ในลักษณะแบบนี้นั้นก็ไม่สามารถที่จะตอบโจทย์กับความต้องการได้มากเท่าที่ควร และในการพิมพ์จำนวนเยอะชิ้นมากๆ สีอาจจะไม่เสถียรเท่ากับงานพิมพ์ในระบบออฟเซ็ต ค่ะ

เป็นยังไงบ้างค่ะ ความรู้เกี่ยวกับงานพิมพ์ในระบบดิจิตอล ออฟเซ็ท พอจะเข้าใจกันมากขึ้นไหมคะ  ที่ โรงพิมพ์ Print Bangkok เรารับงานพิมพ์ดิจิตอล ออฟเซ็ต คุณภาพงานพิมพ์สูง เครื่องพิมพ์ KONICA MINOLTA เครื่องพิมพ์ที่มีจุดเด่นคุณภาพงานพิมพ์และคุณภาพของสีที่ใกล้เคียงกับงานพิมพ์ระบบออฟเซ็ทมากที่สุด

 ท่านสามารถติดต่อสอบถามงานพิมพ์ได้ทางช่องทาง
Website : http://www.printbangkok.asia
Facebook  : Print Bangkok
LINE ID : @printbangkok.asia
สายด่วน  : 063 516 8169